10 กิโลเมตร แรกของ น้าเน็ก กับการวิ่งก้าวคนละก้าว

โครงการ “ก้าวคนละก้าว” ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญ และสร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกในปี 2560 มีตัวเอกเด่นของรายการคือ พี่ตูน Bodyslam นักร้องขวัญใจวัยรุ่น

ซึ่งแทนที่จะไปกินเหล้าเมายาหรือแสดงตนเป็นสัญลักษณ์ว่าข้าเจ๋งอะไรที่ไหน เขากลับเลือกที่จะมุ่งสู่การออกกำลังกายด้านการกีฬาที่เรียกว่าการวิ่ง และสร้างกระแสให้ผู้คนหันมาสนใจกับการวิ่ง ด้วยการวิ่งจากใต้จรดเหนือของประเทศไทยเพื่อรับเงินบริจาคได้กว่าพันล้านบาท เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญมากมาย

โครงการก้าวคนละก้าวภาคใต้ พ.ศ.2562

เป็นการต่อยอดจากโครงการก้าวคนละก้าว ด้วยคราวนี้เป็นการระดมทุนเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลภาคใต้ที่ขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งในคราวนี้นอกจาก พี่ตูน Bodyslam ของเราแล้ว ยังมีดารานักแสดงชื่อดังหลายคนได้มาร่วมการวิ่งในแต่ละช่วง ตั้งแต่ศาลาจังหวัดพังงาไล่ไปจนถึง King Power จังหวัดภูเก็ต ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

10 กิโลเมตรแรกของน้าเน็ก

ในโครงการก้าวคนละก้าวภาคใต้ ได้รวมดารานักร้อง นักแสดงมากมาย มาร่วมวิ่งกับ พี่ตูน Bodyslam ซึ่งมีหลายคนที่แทบจะเรียกว่าไม่เคยวิ่งเป็นจริงเป็นจังมาก่อนเลย อาทิ ตุ๊กกี้ชิงร้อยชิงล้าน, รัศมีแข, หนูแหม่มและบ๊อบบี้ 2 สามีภรรยาคู่รัก และหนึ่งในพิธีกรชื่อดังแห่งเมืองไทยที่กล่าวขวัญถึงกันเป็นอย่างมากนั่นก็คือ น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พิธีกรฝีปากกล้าชื่อดังแห่งวงการบันเทิงไทย ที่ยอมรับเลยว่าเป็นคนที่ไม่เคยดูแลสุขภาพมาก่อนเลย

จนกระทั่งต้องมาฟิตซ้อมเตรียมร่างกายเพื่อวิ่งให้ได้ 10 กิโลเมตรแรกในชีวิต กับโครงการก้าวคนละก้าวภาคใต้ในครั้งนี้เพราะได้รับปากกับพี่ตูน Bodyslam ไว้แล้ว ตารางการซ้อมที่ไม่ใช่แค่เพียงไม่กี่วัน เพราะจะต้องฟิตซ้อมร่างกายเป็นเดือน ๆ ทั้งที่ก็มีตารางงานที่แน่นอยู่แล้ว แต่ก็ยังหาเวลาซ้อมวิ่งวันเว้นวัน เพื่อวิ่งให้ครบ 10 กิโลเมตรให้ได้

ความสำเร็จกับก้าวแรก

เป็นโชคดีที่ช่วงเวลาดังกล่าวที่ น้าเน็ก ต้องทำการวิ่งเป็นการรับไม้ต่อจากคุณจตุรงค์ มกจ๊ก สุดยอดตลกชื่อดังที่หันมารักษาสุขภาพร่างกายจนแข็งแรงกล้ามเป็นมัดๆ เคยวิ่งช่วยเหลือนำเงินทุนส่งให้พี่ตูนเพิ่มเติมในช่วงโครงการก้าวคนละก้าวครั้งแรกมาแล้ว ทำให้ น้าเน็ก ไม่ค่อยจะเกร็งมากเท่าไหร่ ในขณะเดียวกันก็โชคดีอีกที่ช่วงเวลาที่ น้าเน็ก วิ่ง เป็นช่วงเย็นไปค่ำที่ไม่มีแดดแถมฝนก็ดูจะตกจนหยุดไปแล้ว ทำให้สามารถวิ่งได้อย่างไม่ร้อน

ซึ่งในช่วงเวลานั้นเรียกว่าแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากจุดหมายปลายทางข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ เมื่อตัวเขาสามารถเข้าสู่เส้นชัยของตนเองครบ 10 กิโลเมตรได้แล้ว น้าเน็ก ก็รีบกอดทีมงานพร้อมกับร้องไห้น้ำตาไหลรินด้วยความดีใจ และภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอีกหลายคนที่ยังไม่เคยหันมาสนใจรักษาสุขภาพร่างกายของตนเอง ให้หันกลับมาดูแลตัวเองด้วยการวิ่งต่อไปเพียงกล้าที่จะก้าว

loopoz

loopoz

Leave a Replay