The Naked Director

The Naked Director

ซีรี่ส์ซีซั่นละแปดตอนทาง Netflix ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย กับเรื่องราวของ “มุรานิชิ โทรุ” เซลส์ขายสารานุกรมที่กราฟชีวิตกำลังขึ้น แต่ก็ต้องดิ่งตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อบริษัทต้องปิดกิจการ แถมภรรยาตัวเองก็แอบมีชู้ แต่เมื่อได้พบกับ “โทชิ” เด็กหนุ่มที่แอบอัดเสียงผู้คนร่วมรักกันในโรงแรมออกขาย ก็ทำให้โทรุพบทางสว่างของชีวิต ด้วยการใช้ทักษะการเป็นเซลส์แมนของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ที่แม้จะประสบความสำเร็จ แต่มันก็ทำให้เขาก้าวเข้ามาสู่ด้านมืดของธุรกิจสื่ออนาจาร ที่ตามมาด้วยการทำ “หนังสือโป๊” แล้วก็เป็น “หนังเอวี” ที่เขาทั้งอำนวยการสร้าง เขียนบท กำกับ และในบางครั้ง ก็แสดงนำด้วยตัวเอง ซึ่งความเป็นคนกล้าได้กล้าเสียของโทรุ ทำให้เขาต้องเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับขาใหญ่ในวงการ ที่พยายามสกัดกั้นเขา ทั้งบนดินและใต้ดิน ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนไม่น้อยที่มาพัวพันกับธุรกิจของเขาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นยากูซ่า, เด็กสาวที่ชีวิตถูกปิดกั้นมาตลอด, เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามกัดเขาไม่ปล่อยด้วยเหตุผลบางอย่าง กระทั่งการชิงดีชิงเด่นกันของเหล่ายากูซ่า และการหากินกับบรรดาคนทำธุรกิจนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

The Naked Director
The Naked Director

ทำให้หนังที่สร้างจากนิยายเรื่อง “Zenra Kontoku Muronishi Toru Den” ซึ่งไม่ใช่เรื่องแต่งของ “โนบุฮิโร โมโตฮาชิ” เรื่องนี้ มีเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆมากมายให้ติดตาม แล้วกับเรื่องในมุมการไต่เต้าขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งในวงการสื่ออนาจารของตัวละครในญี่ปุ่น ก็ยังมาพร้อมกับการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการ และการเติบโตของสื่อเหล่านี้ ที่พัฒนาไปเรื่อยๆตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นชนิดของสื่อ การสร้าง การแสดง รวมไปถึงทัศนคติของผู้คนที่มีต่อหนังทำนองนี้ ตลอดจนโลกหลังกระจกของหนังเอวี ที่หากด้านหน้าว่าเป็นสีเทาจนเกือบดำแล้ว ด้านหลังก็น่าจะมืดสนิทไปเลยด้วยซ้ำ ไม่ต่างไปจากการตีแผ่โลกของสื่ออนาจารในญี่ปุน แทบทุกแง่มุมออกมา

The Naked Director
The Naked Director

นอกจากนี้ หนังยังบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่ไม่ต่างไปจากเป็นหมายเหตุแห่งยุคสมัย

ของสังคมในบางแง่มุมไปพร้อมๆ กันอีกต่างหาก การที่นำเสนอตัวเองในแบบหนังดราม่าเบาสมอง กึ่งๆ อัตชีวประวัติ ตัวละครมีลักษณะแบบตัวการ์ตูนผสม ก็ทำให้ “The Naked Director” ดูสนุก ไม่ดูซีเรียสจริงจัง อย่างประเด็นและเรื่องราวที่นำเสนอ แถมยังช่วยลดทอนความดุเดือดของฉากโป๊เปลือยทั้งหลาย ที่อย่างน้อยๆ ก็จัดอยู่ในเรท 18+ ได้สบายๆ ลงไปบ้าง การเล่าเรื่องเองก็มีชั้นเชิงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการซ้อนทับเหตุการณ์สองเรื่องราว เปรียบเทียบกัน ที่มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของโทรุกับคู่แข่งที่เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจนี้

The Naked Director
The Naked Director

และที่โดดเด่นมากๆ ก็คือ การนำเสนอเหตุการณ์ที่ โทรุก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อหนังโป๊ตัวจริง พร้อมไปกับการเปลี่ยนรัชสมัยของญี่ปุ่น เมื่อองค์จักรพรรดิเสด็จสวรรคต ความสัมพันธ์ของตัวละครก็มีที่มาที่ไป และทำให้ “รู้สึก และ เชื่อ” ในความรู้สึกที่พวกเขามีให้กันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันในกลุ่มคนทำหนังของโทรุ ที่อยู่ใต้ชายคาของบริษัทแซฟไฟร์ วิดีทัศน์ ความห่างเหินกับคนรอบข้าง ที่มีแค่เรื่องผลประโยชน์เท่านั้น ที่เชื่อมประธานของบริษัทโพไซดอน กับคนรอบข้าง

The Naked Director
The Naked Director

ไม่ใช่แค่มีเรื่องที่ดี การเล่าเรื่องของ “The Naked Director” ก็ทำได้ดี บรรดานักแสดง แม้ส่วนใหญ่จะขึ้นจอโดยมีลักษณะในแบบการ์ตูนให้เห็น แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า พวกเขามีตัวตนจริงๆ ได้ไม่ยาก ต่างคนต่างมีลักษณะเฉพาะตัว และไม่ได้เป็นตัวละครแบนๆ ที่มีเพียงมิติเดียว กระทั่งเจ้าของร้านวิดีโอ ที่ปรากฏตัวไม่กี่ฉาก ก็ยังเต็มไปด้วยเล่ห์กล และความซับซ้อนทางความคิดในตัว ที่สำคัญทุกคนขึ้นจอในแบบเล่นรับ-ส่งได้อย่างเข้าขา เข้าทีม และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวละครมีความน่า “เชื่อถือ” ส่งผลให้เรื่องน่า “เชื่อถือ” ไปด้วย ทั้งๆ หากมองกันจริงๆแล้ว หนังเต็มไปด้วยรอยโหว่ของบทไม่น้อยเลย แต่องค์ประกอบที่มีก็ทำให้ “The Naked Director” เป็นงานซีรี่ส์ชั้นดี ที่เนื้อหาไม่ว่างเปล่า การนำเสนอมีชั้นเชิง เนื้อหนังเข้มข้น หนักแน่น ซึ่งทั้งหมดถูกฉาบไว้ภายใต้อารมณ์ขัน และฉากไม่วับไม่แวมที่ดูเอะอะมะเทิ่งเป็นพิเศษ ซึ่งถ้ามีแค่ตลก กับฉากโป๊ให้ดูกัน “The Naked Director” ก็คงจะถูกบอกต่อในลักษณะที่ว่า “ดูหนังเรื่องนี้ซิแก โคตรโป๊เลย” ไม่ใช่ “ดูหนังเรื่องนี้รึยัง โคตรหนุกเลยว่ะ” อย่างที่เป็น

#TheNakedDirector #ทางเข้าGclub

Credit : entertain

loopoz

loopoz

Leave a Replay

Close Menu